Untitled Document
เรื่อง
กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
โดย
เรณู สุมาลัย
กาพย์เห่เรือ
พระราชนิพนธ์ โดย พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

• เห่ชมเครื่องคาว
๏ แกงไก่มัสมั่นเนื้อ 
หอมยี่หร่ารสฉุน 
ชายใดบริโภคภุญช์ 
แรงอยากยอหัตถ์ข้อน 

๏ มัสมั่นแกงแก้วตา 
ชายใดได้กลืนแกง 
๏ ยำใหญ่ใส่สารพัด 
รสดีด้วยน้ำปลา 
๏ ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม 
โอชาจะหาไหน 
๏ หมูแนมแหลมเลิศรส 
พิศห่อเห็นรางชาง 
๏ ก้อยกุ้งปรุงประทิ่น 
รสทิพย์หยิบมาโปรย 
๏ เทโพพื้นเนื้อท้อง 
น่าซดรสครามครัน 
๏ ความรักยักเปลี่ยนท่า 
กลอ่อมกล่อมเกลี้ยงกลม 
๏ ข้าวหุงปรุงอย่างเทศ 
ใครหุงปรุงไม่เป็น 
๏ เหลือรู้หมูป่าต้ม 
รอยแจ้งแห่งความขำ 
๏ ช้าช้าพล่าเนื้อสด 
คิดความยามถนอม 
๏ ล่าเตียงคิดเตียงน้อง 
ลดหลั่นชั้นชอบกล 
๏ เห็นหรุ่มรุมทรวงเศร้า 
เจ็บไกลในอาวรณ์ 
๏ รังนกนึ่งน่าซด 
นกพรากจากรังรวง 
๏ ไตปลาเสแสร้งว่า 
ใบโศกบอกโศกครวญ 
๏ ผักโฉมชื่อเพราะพร้อง 
ผักหวานซ่านทรวงใน 

นพคุณ พี่เอย
เฉียบร้อน
พิศวาส หวังนา
อกให้หวนแสวง ๚

หอมยี่หร่ารสร้อนแรง
แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา
วางจานจัดหลายเหลือตรา
ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ
เจือน้ำส้มโรยพริกไทย
ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง
พร้อมพริกสดใบทองหลาง
ห่างห่อหวนป่วนใจโหย
วางถึงลิ้นดิ้นแดโดย
ฤๅจะเปรียบเทียบทันขวัญ
เป็นมันย่องล่องลอยมัน
ของสวรรค์เสวยรมย์
ทำน้ำยาอย่างแกงขม
ชมไม่วายคล้ายคล้ายเห็น
รสพิเศษใส่ลูกเอ็น
เช่นเชิงมิตรประดิษฐ์ทำ
แกงคั่วส้มใส่ระกำ
ช้ำทรวงเศร้าเจ้าตรากตรอม
ฟุ้งปรากฏรสหื่นหอม
สนิทเนื้อเจือเสาวคนธ์
นอนเตียงทองทำเมืองบน
ยลอยากนิทรคิดแนบนอน
รุ่มรุ่มเร้าคือไฟฟอน
ร้อนรุมรุ่มกลุ้มกลางทรวง
โอชารสกว่าทั้งปวง
เหมือนเรียมร้างห่างห้องหวน
ดุจวาจากระบิดกระบวน
ให้พี่เคร่าเจ้าดวงใจ
เป็นโฉมน้องฤๅโฉมไหน
ใคร่ครวญรักผักหวานนาง ๚

• เห่ชมผลไม้
๏ ผลชิดแช่อิ่มโอ้ 
หอมชื่นกลืนหวานใน 
รื่นรื่นรสรมย์ใด 
หวานเลิศเหลือรู้รู้ 

๏ ผลชิดแช่อิ่มอบ 
รสไหนไม่เปรียบปาน 
๏ ตาลเฉาะเหมาะใจจริง 
คิดความยามพิสมัย 
๏ ผลจากเจ้าลอยแก้ว 
จากช้ำน้ำตากระเด็น 
๏ หมากปรางนางปอกแล้ว 
ยามชื่นรื่นโรยแรง 
๏ หวนห่วงม่วงหมอนทอง 
คิดความยามนิทรา 
๏ ลิ้นจี่มีครุ่นครุ่น 
หวนถวิลลิ้นลมงอน 
๏ พลับจีนจักด้วยมีด 
คิดโอษฐ์อ่อนยิ้มยวน 
๏ น้อยหน่านำเมล็ดออก 
มือใครไหนจักทัน 
๏ ผลเกดพิเศษสด 
คำนึงถึงเอวบาง 
๏ ทับทิมพริ้มตาตรู 
สุกแสงแดงจักย้อย 
๏ ทุเรียนเจียนตองปู 
เหมือนศรีฉวีกาย 
๏ ลางสาดแสวงเนื้อหอม 
กลืนพลางทางเพ่งพิศ 
๏ ผลเงาะไม่งามแงะ 
หวนเห็นเช่นรจนา 
๏ สละสำแลงผล 
ท่าทิ่มปิ้มปืนกาม 

เอมใจ
อกชู้
ฤๅดุจ นี้แม่
แต่เนื้อนงพาล ๚

หอมตรลบล้ำเหลือหวาน
หวานเหลือแล้วแก้วกลอยใจ
รสเย็นยิ่งยิ่งเย็นใจ
หมายเหมือนจริงยิ่งอยากเห็น
บอกความแล้วจากจำเป็น
เป็นทุกข์ท่าหน้านวลแตง
ใส่โถแก้วแพร้วพรายแสง
ปรางอิ่มอาบซาบนาสา
อีกอกร่องรสโอชา
อุราแนบแอบอกอร
เรียกส้มฉุนใช้นามกร
ชะอ้อนถ้อยร้อยกระบวน
ทำประณีตน้ำตาลกวน
ยลยิ่งพลับยับยับพรรณ
ปล้อนเปลือกปอกเป็นอัศจรรย์
เทียบเทียมที่ฝีมือนาง
โอชารสล้ำเลิศปาง
สางเกศเส้นขนเม่นสอย
ใส่จานดูดุจเม็ดพลอย
อย่างแหวนก้อยแก้วตาชาย
เนื้อดีดูเหลือเรืองพราย
สายสวาทพี่ที่คู่คิด
ผลงอมงอมรสหวานสนิท
คิดยามสารทยาตรามา
มล่อนเมล็ดและเหลือปัญญา
จ๋าเจ้าเงาะเพราะเห็นงาม
คิดลำต้นแน่นหนาหนาม
นามสละมละเมตตา ๚

• เห่ชมเครื่องหวาน
๏ สังขยาหน้าไข่คุ้น 
แกมกับข้าวเหนียวสี 
เป็นนัยนำวาที 
แถลงว่าโศกเสมอพ้อม 

๏ สังขยาหน้าตั้งไข่ 
เป็นนัยไม่เคลือบแคลง 
๏ ซ่าหริ่มลิ้มหวานล้ำ 
วิตกอกแห้งเครือ 
๏ ลำเจียกชื่อขนม 
ไกลกลิ่นดิ้นแดโดย 
๏ มัศกอดกอดอย่างไร 
กอดเคล้นจะเห็นความ 
๏ ลุดตี่นี้น่าชม 
โอชาหน้าไก่แกง 
๏ ขนมจีบเจ้าจีบห่อ 
นึกน้องนุ่งจีบกราย 
๏ รสรักยักลำนำ 
คำนึงนิ้วนางเจียน 
๏ ทองหยิบทิพย์เทียมทัด 
หลงหยิบว่ายาดม 
๏ ขนมผิงผิงผ่าวร้อน 
ร้อนนักรักแรมไกล 
๏ รังไรโรงด้วยแป้ง 
โอ้อกนกทั้งปวง                  
๏ ทองหยอดทอดสนิท        
สองปีสองปิดบัง                
๏ งามจริงจ่ามงกุฏ             
เรียมร่ำคำนึงปอง                
๏ บัวลอยเล่ห์บัวงาม          
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล              
๏ ช่อม่วงเหมาะมีรส         
คิดสีสไลคลุม                      
๏ ฝอยทองเป็นยองใย      
คิดความยามเยาวมาลย์        

เคยมี
โศกย้อม
สมรแม่ มาแม่
เพียบแอ้อกอร ๚

ข้าวเหนียวใส่สีโศกแสดง
แจ้งว่าเจ้าเศร้าโศกเหลือ
แทรกใส่น้ำกะทิเจือ
ได้เสพหริ่มพิมเสนโรย
นึกโฉมฉมหอมชวยโชย
โหยไห้หาบุหงางาม
น่าสงสัยใคร่ขอถาม
ขนมนามนี้ยังแคลง
แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
แคลงของแขกแปลกกลิ่นอาย
งามสมส่อประพิมพ์ประพาย
ชายพกจีบกลีบแนบเนียน
ประดิษฐ์ทำขนมเทียน
เทียนหล่อเหลาเกลากลึงกลม
สามหยิบชัดน่าเชยชม
ก้มหน้าเมินเขินขวยใจ
เพียงไฟฟอนฟอกทรวงใน
เมื่อไรเห็นจะเย็นทรวง
เหมือนนกแกล้วทำรังรวง
ยังยินดีด้วยมีรัง
ทองม้วนมิดคิดความหลัง
แต่ลำพังสองต่อสอง
ใส่ชื่อดุจมงกุฏทอง
สะอิ้งน้องนั้นเคยยล
คิดบัวกามแก้วกับตน
สถนนุชดุจประทุม
หอมปรากฏกลโกสุม
หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน
เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
เย็บชุนใช้ไหมทองจีน ๚

จากหนังสือ : ประชุมกาพย์เห่เรือ กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร