Untitled Document
เรื่อง
เรื่องสั้น "มอม"
โดย
ครูเรณู

เรื่องสั้น มอม


 

เนื้อหาประกอบด้วย

ประวัติผู้แต่ง และที่มาของเรื่อง

ลักษณะของเรื่องสั้น

แนวการอ่านพิจารณาเรื่องสั้น

เนื้อเรื่อง มอม


มอม
ผู้แต่ง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช
ลักษณะการแต่ง ร้อยแก้วประเภทเรื่องสั้น

ฉากของเรื่อง คือ กรุงเทพมหานคร แถบถนนเพชรบุรี เรื่อยมาจนถึงถนนราชวิถี ช่วงเวลาของ
เหตุการณ์ในเรื่องเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 กรุงเทพมหานครถูกโจมตีทางอากาศ
อย่างรุนแรง บ้านเรือนเสียหายและผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก ตัวละครในอีกครอบครัวหนึ่งมีฐานะปานกลาง
ครอบครัวหนึ่งมีชีวิตเรียบง่ายแบบคนไทยทั่วๆไป ตัวละครในอีกครอบครัวหนึ่งมีฐานะดี มอมตัวเอกของเรื่อง
เป็นสุนัขของครอบครัวหนึ่งในตอนต้นของชีวิต แต่ภัยจากสงครามทำให้มอมตกมาอยู่กับอีกครอบครัวหนึ่ง
และในที่สุดเหตุการณ์ก็ผันกลับให้มาพบนาย เจ้าของเดิมของตน



แนวคิดสำคัญ
1. ความรักและความผูกพันระหว่างมนุษย์และสัตว์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ เช่น ความผูกพันระหว่างมอม
กับนายของมันเมื่อจะต้องพลัดพรากจากกันก็โศกเศร้าและเสียใจ ดังนี้
"มอม ไอ้มอม" เสียงนายกระซิบที่หู "ข้าจะต้องจากไปนาน จะได้กลับมาเมื่อไรก็ยังไม่รู้ เอ็งอยู่ทาง
หลังช่วยเฝ้าบ้าน ช่วยดูนายผู้หญิง ช่วยดูหนู เอ็งรักข้ามากข้ารู้ เอ็งต้องทำตามที่ข้าสั่งแล้วคอยข้าอยู่ที่นี่
ไม่ตายข้าจะกลับ" มอมเอาหน้าไปแนบที่หน้านาย ตามใบหน้าของนายนั้นอาบไปด้วยน้ำตาเป็นครั้งแรกที่มันได้เห็น
มอมส่งนายเพียงประตูบ้านแล้วมันก็เดินกลับเรือน หางตกหัวตก มันเดินช้าๆ ไปที่หัวกระไดที่มันเคยนอน
ล้มตัวลงเหยียดยาวตาจับอยู่ที่ประตูบ้าน มอมครางออกมาเบาๆ เหมือนกับจะอุทานความในใจของมันให้คนรู้ว่า
ชีวิตของมอมสิ้นสุดลงตั้งแต่วาระที่นายออกไป และจะเป็นเช่นนั้นจนกว่านายจะกลับมาอีก แสดงให้เห็นความรัก
และความผูกพันระหว่างนายกับมอม "ชีวิตของมอมนั้นสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วาระที่นายออกจากบ้านไป
จะเป็นเช่นนั้นจนกว่านายจะกลับมาอีก" แสดงให้เห็นความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งคือเหมือนชีวิตจะสิ้นสุดลง
หลังจากการจากกันครั้งนั้น
2. สัตว์ย่อมไม่สามารถละทิ้งสัญชาตญานได้ เช่น ตอนที่มอมหนีหายนายไปเพราะมีความรักต่อ
นางนวลสุนัขด้วยกัน ดังนี้
มอมมันเคยทิ้งนายไปแต่เพียงครั้งเดียวในชีวิต เมื่อมอมแตกเนื้อหนุ่มเต็มที่ อากาศกำลังหนาว
น้ำขึ้นเจิ่งคลอง บางวันก็ท่วมพ้นตลิ่งขึ้นมา มอมก็ไปหลงรักนางนวลซึ่งกำลังแตกเนื้อสาวอยู่บ้านถัดไปอีก
3-4 หลังคาเรือน มอมหลงใหลจนเสียท่า ข้าวปลาไม่เป็นอันกินกลางคืนดึกๆ เดือนสว่าง มอมนั่งมองพระจันทร์แล้ว
ก็หอนด้วยความกังวลใจ ในตอนแรกมันเพียงแต่หลบไปหานางนวลชั่งครู่คราวแล้วก็กลับบ้าน ครั้นต่อมาอาการรัก
หนักขึ้นมันก็ไม่กลับเอาเลย เฝ้าวนเวียนอยู่แถวนั้น คอยไล่กัดตัวผู้อื่นๆ ที่มาตอมนางนวลเป็นฝูง คนในบ้านเขา
หนวกหูหนักเข้า เขาก็ทุบตีเอาบ้าง เอาอิฐขว้างเอาบ้าง มอมก็ต้องทนหรือการไม่ยอมให้สุนัขตัวอื่นมาถ่ายรดที่ที่ได้
ปัสสาวะเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนี้
ตามธรรมเนียมสุนัขนั้น ถ้าจะออกจากบ้านไปไหนต้องถ่ายปัสสาวะรายทางไว้ สำหรับดมกลิ่นของตนเอง
เพื่อจะได้กลับบ้านถูก ที่ที่จะถ่ายรดนั้นก็ต้องเป็นที่ที่สังเกตได้ง่าย สูงเพียงระดับจมูก ไม่ต้องก้มลงดมให้เสียเวลา
เป็นต้นว่า เสาไฟฟ้าหรือต้นไม้ข้างทาง ออกจากบ้านเดินไปก็ต้องยกขาถ่ายรดเอาไว้เป็นสำคัญ แต่ถ้ามีสุนัขตัวอื่นมา
ถ่ายทับเสีย กลิ่นนั้นก็จะเพี้ยนไป ทำให้กลับบ้านไม่ถูก การถ่ายปัสสาวะรดที่ตัวอื่นถ่ายไว้แล้ว ถือเป็นการหยามเกียรติ
สุนัขด้วยกัน อภัยให้ไม่ได้ และถ้าทำต่อหน้าเป็นการท้าทายกันโดยตรง แสดงว่าไม่เคารพกันต้องต่อสู้กันจนแพ้ไปข้างหนึ่ง
มอมก็เคยถูกท้าทายด้วยวิธีนี้มาหลายครั้ง แต่มันก็สามารถเอาชนะได้ทุกตัว บางครั้งมันกลับบ้านเป็นแผล นายผู้หญิงต้อง
คอยล้างแผลใส่ยาให้และขังมันไว้ 2-3 วัน แล้วมันก็แอบหนีไปเที่ยวอีก
3. สงครามนำมาซึ่งการพลัดพราก ความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น เมื่อนายออกจากบ้านไป นายหญิงก็
โศกเศร้าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ดังนี้
นายหายจากบ้านไปคราวนี้ไม่กลับมาอีกเลย นานๆ จะมีจดหมายมาถึงนายหญิงซักครั้งนึง มอมเห็นนายหญิงอ่าน
แล้วอ่านเล่าและร้องไห้ทุกครั้งไป พอได้สักปีกว่าๆ มอมเห็นความร่วงโรยมากขึ้น นายหญิงซูบผอมลง แต่งกายก็ปอนกว่า
แต่ก่อน หนูนั้นโตจนวิ่งได้แล้วแต่ผ่ายผอมไม่อ้วนน่ารักเหมือนแต่ก่อน บ้านที่เรียบร้อยสะอาดสะอ้านนั้น บัดนี้มีแต่หยากไย่ระวังหญิงมิได้เอาใจใส่เช็ดถูอย่างเคย

นายผู้หญิงและหนูได้เสียชีวิตไปเพราะการทิ้งระเบิดและบ้านที่มอมเคยอยู่ถูกไฟไหม้หมดดังนี้
พอรุ่งสาง มอมได้ยินเสียงคนอึกทึกนอกบ้าน มีรถบรรทุกมาจอดหน้าบ้านตอนนั้นบ้านถูกไฟไหม้
จนมอดลงแล้ว คนกลุ่มหนึ่งเดินถือพลั่วถือเสียมวิ่งเข้ามาในบ้าน เมื่อเห็นมอมยืนเห่าอยู่ที่หลุมจึงเดินตรงเข้ามา
พอเห็นเท้านายหญิงโผล่จากกองดิน คนกลุ่มนั้นรีบโกยดินออกทันที ในที่สุดมอมได้เห็นนายหญิงนอนเหยียดยาว
เหมือนดังหลับอยู่ใต้กองดินในหลุม หนูนอนนิ่งในอ้อมกอดแม่ มอมจึงโจนเข้าไปในหลุมคร่อมนายหญิงไว้
ใครเข้ามาใกล้ก็ไม่ยอม ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ตัวนายหญิง แต่มอมก็งับเข้าที่แขนเสียงร้องไห้คนช่วยลั่นไป
ในที่สุดมีคนกลุ่มหนึ่งนำร่างของนายหญิงและหนูขึ้นรถบรรทุกไป มอมจึงวิ่งตามโขยกเขยกเพราะขามันเจ็บ
แต่แล้วก็หมดแรงตะกายกลับบ้าน
4. รัฐบาลไม่มีสวัสดิการที่ดีพอสำหรับทหารผ่านศึกเมื่อรบกลับมาไม่มีอาชีพรองรับ บางครั้งอาจจะต้องทำ
ในสิ่งที่ไม่อยากทำ เช่น ลักขโมย แต่ทำไปเพราะความจำเป็น ดังนี้
นายทรุดตัวลงนั่งลูบหัวมอมแล้วกระซิบที่หูมันว่า "มอม ข้าไม่นึกเลยว่าข้าจะได้พบเอ็ง ข้านึกว่าข้าไม่เหลืออะไร
แล้วในโลกนี้" นายหยุดพูดไปครู่หนึ่ง "เขาส่งข้าไปไกลข้าไม่รู่ข่าวจากใครเลย พอกลับมาบ้านจึงรู้ว่า ลูกเมียถูกระเบิดตาย
งานการที่ข้าเคยทำคนอื่นเขาก็เอาตำแหน่งไปหมดแล้ว แต่เอ็งอย่านึกว่าข้าลักขโมย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกและที่ข้าทำไปเพราะ
ข้าไม่มีหนทางจริงๆ แต่โชคดีที่ข้าพบเอ็ง เอ็งทำให้ข้าอาย ข้าทำไม่ลงจริงๆ"



การใช้ภาษา
การใช้ภาษาในเรื่อมอมนั้นเป็นการใช้าภาษาที่สามารถบรรยายให้เห็นภาพได้อย่างชัดเจน และสามารถทำให้ผู้อ่าน
เกิดอารมณ์คล้อยตามไปกับเนื้อเรื่องในตอนนั้นๆ เช่น การเคลื่อนไหวที่แสดงความทุกข์ทนทั้งทางกายและทางใจใน
ตัวละครเช่นมอม มันเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเดือดร้อน หายนะของผลพวงแห่งสงคราม






: ด.ญ.สลิล ปัญจคุณาธร อรพิมล ศุภากร พลอยไพลิน - 28/11/2005 13:01

คำอธิบายเพิ่มเติม
ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสั้น
ก่อนที่จะมีการเขียนเรื่องสั้นความความจริงคนไทยคุ้นกับการอ่านนิทานหรือนิยายที่เขียนเป็น
ร้อยแก้วมานานแล้วเช่น เรื่อง สามก๊ก ราชาธิราช หรือ นิทานเวตาล ฯลฯ แต่สิ่งที่เราเรียกว่าเรื่องสั้นนั้น
มีวิธีการเขียนที่ไม่เหมือนกับการเขียนนวนิยายหรือนิทาน ดังจะได้ชี้เห็นพอเป็นข้อสังเกตดังต่อไปนี้
.....1. การเสนอเรื่อง ผู้แต่งนิทานหรือนิยายเป็นผู้เล่าเรื่องคนเดียวโดยตลอด ส่วนในเรื่องสั้นนั้น ผู้แต่งอาจจะเล่าเรื่องเอง หรือให้ตัวละครตัวหนึ่งตัวใดเป็นผู้เล่าเรื่องก็ได้และจะให้ผู้อ่านติดตามเรื่องจาก สายตาของผู้แต่งเองหรือจากตัวละครตัวหนึ่งตัวใดก็ได้อีกเหมือนกัน
.....2. การดำเนินเรื่องในนวนิยายหรือนิทาน ผู้แต่งจะเล่าเรื่องตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนใน
เรื่องสั้นนั้นผู้เขียนไม่จำเป็นต้องเล่าตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจตั้งต้นเรื่องโดยกล่าวถึงเหตุการณ์ที่
เกิดขึ้นภายหลังก่อนแล้วย้อนกลับมาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนทีหลัง
.....3. การใช้บทสนทนาในนิทานหรือนิยาย ผู้แต่งจะเป็นผู้กล่าวถึงบทสนทนาของตนเอง ซึ่งบท
สนทนานั้นจะคล้ายคลึงกันหมด ไม่มีลักษณะเฉพาะตัวของผู้พูด
4. นิทานหรือนิยายนั้น เดิมทีเดียวผู้แต่งมักจะเจตนาให้เป็นเรื่องเล่าด้วยวาจาและมีผู้ฟังเรื่อง ที่เล่าหรือแต่งขึ้น จึงมักจะไม่มีกำหนดความสั้นยาว ส่วนเรื่องสั้นนั้นจะต้องให้สั้นสมชื่อ การดำเนินเรื่องจึง ต้องกระชับระกุมและมีเอกภาพ



สภาพเหตุการณ์และฉากที่ควรทราบเกี่ยวกับเรื่อง "มอม"
.....สภาพเหตุการณ์ในเรื่อง มอม คือสภาพเมืองไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ความจริงสงคราม
โลกนั้นเกิดขึ้นในยุโรปตั้งแต่ปี พ.ศ.2482 คู่สงครามคือ ฝ่ายสัมพันธมิตรได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศสรัสเซีย อเมริกา จีน ฯลฯ และฝ่ายอักษะประกอบด้วย อิตาลี เยอรมัน ญี่ปุ่น ฯลฯ ประเทศไทยดำรงความเป็นกลาง จนถึง พ.ศ.2484 เมื่อญี่ปุ่นจะนำทัพผ่านประเทศไทย เพื่อไปตีพม่า อินเดีย จีน มลายู และอินโดนีเซียต่อไป ญี่ปุ่นจึงบังคับให้ไทยประกาศสงครามกันฝ่ายสัมพันธมิตร ประเทศไทยจึงกลายเป็นศัตรูของอังกฤษและ อเมริกา สงครามตอนนั้นเรียกว่าสงครามเอเชียบูรพา ในตอนต้นสงครามระหว่าง พ.ศ.2484-2486 ญี่ปุ่นมักเป็นฝ่ายชนะ อังกฤษและอเมริกาล่าถอยไปจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ครั้นอังกฤษ
และอเมริกาชนะสงครามในยุโรป เยอรมันและอิตาลีพ่ายแพ้แล้ว อังกฤษและอเมริกาก็หันมาทำสงคราม รุนแรงในเอเชีย ได้มีการทิ้งระเบิดตามจุดยุทธศาสตร์ในกรุงเทพฯหลายครั้ง ดังปรากฏในเรื่อง มอม
ที่นักเรียนได้อ่านมาแล้ว

ฉากของเรื่อง มอม คือ กรุงเทพฯ บริเวณ ย่านมักกะสัน ถนนเพชรบุรี ตลาดประตูน้ำถนนราชวิถี
มักกะสัน เคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนวิศวกรรมรถไฟ เป็นอู่ซ่อม เก็บหัวรถจักรและ
ตู้โดยสารรวมทั้งตู้สินค้า

.....ถนนเพชรบุรี ในเรื่อง มอม หมายถึง.....ถนนเพชรบุรีสายเดิม เริ่มต้นจากแยกประตูน้ำ
ถึงเชิงสะพานยมราช สมัยนั้นร่มรื่น มีต้นไม้ริมคูน้ำขนาบทั้ง 2 ข้าง ไม่กว้างขวางและจอแจเช่นทุกวันนี้

.....การฉายไฟส่องเครื่องบินข้าศึกจากภาคพื้นดิน.....ในการต่อสู้กับเครื่องบิน ทิ้งระเบิด
ของข้าศึก กองกำลังปืนต่อสู้อากาศยานจะต้องหาตำแหน่งเครี่องบินของข้าศึกให้ได้เสียก่อนจึงจะ
สามารถยิงถูกเป้าหมายได้ ในการนี้ต้องใช้ไฟฉายใหญ่ ฉายกราดขึ้นไปบนฟ้าเพื่อหาตำแหน่งของเครื่องบิน
ให้พบ แล้วจึงใช้ปืนต่อสู้อากาศยาน(ป.ต.อ.) ยิงเป้าหมายที่พบนั้นประชาชนที่อยู่บนพื้นดินจะมองเห็น
ลำแสงขนาดใหญ่พาดไปบนท้องฟ้าหลายลำแสงด้วยกันเท่ากับจำนวนไฟฉายที่ใช้ส่องขึ้นไปในขนะนั้น
ตลอดเวลาที่มีเครื่องบินข้าศึกมาโจมตีทิ้งระเบิด

.....เจ๊กขายขวด.....คนจีนที่ประกอบอาชีพรับซื้อของเก่า มีขวดที่ใช้แล้ว เป็นต้น
โดยเร่ไปรับซื้อตามบ้านเรือนแล้วนำไปขายอีกทอดหนึ่ง

.....สัญญาณภัยทางอากาศ.....ในระหว่างสงคราม เมื่อเครื่องบินข้าศึกล่วงล้ำเข้ามาโจมตี
พระนครหรือเมืองใหญ่ ทางราชการจะเปิดหวูดเสียงดังติดต่อกันหลายๆครั้งเป็นเวลานานให้ประชาชน
ทราบว่ามีภัยทางอากาศ เพื่อจะได้เตรียมหลบภัย

.....หลุมหลบภัย.....ในระหว่างสงครามที่มีการโจมตีทางอากาศ ทางราชการและเอกชนจะ
สร้างที่กำบังไว้สำหรับหลบภัย โดยปกติมักขุดหลุมให้มีขนาดใหญ่ วางคานปูพื้นหนือปาหหลุมให้มั่นคง
แข็งแรงและกลบด้วยดิน มีประตูทางเข้าออก ถ้าจะให้มั่นคงแข็งแรงยิ่งขึ้นอาจเทคอนกรีตโบกปูนด้วย
หลุมหลบภัยสาธารณะมักสร้างให้มีขนาดใหญ่ จุคนได้จำนวนมาก



ศัพท์สำคัญ
กบ..................... เต็ม เช่น น้ำตากบลูกตา หมายถึง น้ำตาเต็มลูกตา

กำหนดสัญญา...... ตั้งใจจดจำไว้ สัญญา ความหมายเดิมแปลว่า ความจำได้หมาย

รู้มิได้ หมายถึง..... ข้อตกลงด้วยวาตาหรือลายลักษณ์อักษรที่มีผลผูกผันกันต่อไป

โกยสี่ดิน...............เป็นคำคะนอง หมายถึง วิ่งเร็ว ไปโดยไม่รีรอ

ครัวไฟ.................ห้องครัวสำหรับทำอาหาร มีหุงข้าวเป็นต้น แต่เดิมนิยมสร้างแยกต่างห่างจากตัวเรือน
..........................อาจมีนอกชานกั้นระหว่างครัวไฟกับตัวเรือน

ตุหรัดตุเหร่ ..........ไปอย่างไร้จุดหมาย

โทน..................... มีเพียงหนึ่งเท่านั้น ลูกโทน เมื่อใช้กับสัตว์ เช่น สุนัข หมายความว่า แม่สุนัขออกลูก
เพียงหนึ่งตัว ซึ่งตามปกติจะออกมาเป็นครอก ครอกหนึ่งมีหลายตัว ถ้าใช้แก่คน
............................ลูกโทน หมายถึง ลูกคนเดียวของแม่

น้ำข้าว.................. น้ำที่ได้จากการหุงข้าวเช็ดน้ำ การหุงข้าวแต่ก่อนเมื่อสุกได้ที่แล้ว รินน้ำออกแล้วยก
...........................หม้อข้าวขึ้นตั้งไฟอ่อนๆจนระอุเรียกว่า ดง

ปฏิสนธิ................. เกิด เกิดใหม่ ต่อเนื่อง

พันธุ์ทาง................ สัตว์ที่พ่อแม่ต่างพันธุ์กัน อาจเรียกว่าลูกผสมก็ได้

พู่ระหง.................. ชื่อต้นไม้ ใบและลำต้นคล้ายชบา ดอกสีแดงกลีบเป็นฝอยมีก้านเกสรเป็นพู่ยาวย้อยลง

สัญชาตญาน............ ความรู้สึกและความสามารถที่ติดตัวมาแต่กำเนิด โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการฝึกอบรม
สั่งสอน เช่น ความสามารถในการดูดนมการมารดา การบดเคี้ยวกลืนอาหาร

อนันตริยกรรม........... การกระทำบาปอย่าางหนักที่สุดของคน



อัลเซเชียน................ ชื่อพันธุ์สุนัขฝรั่งพันธุ์หนึ่ง เป็นสุนัขรูปร่างสูงใหญ่ หูตั้งหางยาว ฝึกให้เชื่อฟังและ
...............................ปฏิบัติตามคำสั่งของคนได้ง่าย

อุปัทวเหตุ .................เหตุร้ายที่เกิดขึ้น อุปัทว แปลว่า เลวร้าย อันตรายร้ายแรง