Untitled Document
เรื่อง
การอ่านคือชีวิต
โดย
ครูเรณู
การอ่านคือชีวิต
“คุณครูมีอิทธิพลต่อการไขว่คว้าในการอ่านค่อนข้างมาก” ในความรู้สึกของดิฉัน ครูเหมือนมัคคุเทศก์ในการอ่าน

ดิฉันเกิดมาในสภาพแวดล้อมของคนอ่านหนังสือทั้ง ๆที่ ฐานะทางบ้านยากจนมากแม่ซึ่งไม่เคยเข้าโรงเรียนกลับเป็นคนหนึ่งที่เป็นต้นแบบของการอ่าน ภาพการอ่านหนังสือของแม่และคนรอบข้างในวัยเด็กจำติดตา มือหนึ่งของแม่ถือหนังสืออีกมือหนึ่งป้ายน้ำมูกน้ำตาเมื่อเด็กในวัยห้าขวบเห็นรู้สึกสงสัยยิ่ง  จึงเข้าไปถามทราบว่าแม่กำลังอ่านหนังสือเวสสันดรชาดกกัณฑ์ชูชกและกัณฑ์กุมารแม่สงสารกัณหา และชาลีที่ถูกชูชกทำร้าย   การอ่านของแม่จะเป็นการออกเสียงทีละคำเบา ๆ ไม่รวดเร็วนักเพราะท่านคงต้องประสมก่อนเช่นเดียวกับยายที่อ่านนิยายจากหนังสือบางกอกเล่มเก่า ๆ ของคนข้างบ้านนวนิยายที่จำได้ตั้งแต่ยังอ่านหนังสือไม่ออกคือเรื่อง เชิงชายชาญ     จำได้เพราะพี่ ๆ ซึ่งจบแค่ ป.๔ต่างถกเถียงกันถึงชื่อของพระเอกว่าชื่ออะไรกันแน่ระหว่างอาด-องกับ อา-จองขณะอายุ๖ ขวบ พ่อก็สอนการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน โดยพ่อและพี่ ๆ สอนให้อ่านแบบเรียนของชั้น ป.๑ดิฉันจึงอ่าน พ่อหลีพี่หนูหล่อตาเป๊าบิดาเจ้าเป้าและตาคำแกทำนากะเมียแกได้ก่อนเข้าโรงเรียนและมีการพัฒนาความยากและความหลากเนื้อหาไปตามสภาพแวดล้อม หนังสือเล่มแรกที่อ่านออกคงจะเป็นหนังสือแบบเรียนภาษาไทยคือเรื่อง พ่อหลีพี่หนูหล่อที่พ่อเลือกเรื่องนี้สอนก่อนคงเพราะท่านเห็นว่าเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจ ป.๒- ป.๓ อ่านหนังสือตามแบบเรียนที่ครูให้อ่านเช่นนิทานร้อยบรรทัดที่เด็กชื่อตุ้มกับนกบทดอกสร้อย( แมวเอ๋ยแมวเหมียว)กาพย์พระไชยสุริยา

(เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ

พระแสงสำอางข้างเคียง

เขาสูงฝูงหงส์ลงเรียงเริงร้องซ้องเสียง

สำเนียงน่าฟังวังเวง

กลางไพรไก่ขันบรรเลง ฟังเสียงเพียงเพลง

ซอเจ้งจำเรียงเวียงวังฯลฯ)

ทุกเย็นครูให้ท่องท่วงทำนอง เป็นจังหวะที่สนุกมากยังจำภาพการลงเสียงกระแทกกระทั้นครั้งนั้นได้ดีหรือจะเป็นเงาะป่า ยังจำได้ (บัดนั้นนวลนางลำหับพิสมัย )    รู้สึกสงสารซมพลามาก

ป.๔ เริ่มอ่านหนังสือพิมพ์ติดตามข่าว อพอลโล่ ๑๑ ประกอบกับการชมโทรทัศน์ของคนข้างบ้านอ่านนิทานวารสารเรื่องปลาน้ำจืดชนิดต่าง ๆ ของกรมประมง ซึ่งเพื่อนพี่สาวที่จบวิทยาลัยเกษตรและทำงานกรมประมงนำมาให้อ่านเกิดจินตนาการว่าวันหนึ่งจะต้องมีบ่อเลี้ยงปลาและมีปลาสวาย ปลานิล ปลายี่สก ตามข้อมูลนั้นอ่านเพชรพระอุมาร้อยป่าหล่อนเกิดมาเพื่อฆ่า ซึ่งเรียกว่า เพลินจิตต์ฉบับกระเป๋าที่พี่ชายอ่าน

ป.๕-ป.๗ เริ่มอ่าน หนังสือชาวกรุงคุณหญิง และทานตะวัน ตามที่พี่สาวรับและคนข้างบ้านรับ ในหนังสือชาวกรุงชอบอ่านคอลัมน์ก้างติดคอของถนัดศอเริ่มรู้จักชื่อนักเขียนม.ร.ว.คึกฤทธิ์ปราโมชย์ถนัดศอรงษ์วงศ์สวรรค์ในหนังสือชาวกรุงรู้จักลาวคำหอมศิราณีวศิษฏ์เดชกุญชรจากหนังสือคุณหญิง และติดนวนิยาย เรื่องหนึ่ง ที่มีพระเอกชื่อแดน หรือแคนไม่มั่นใจ เป็นนักล่าปลาบึกจากลุ่มน้ำโขงในหนังสือทานตะวันซึ่งเป็นนิตยสารที่เพิ่งออกในขณะนั้น

ม.ศ. ๑ ติดนวนิยายในบางกอกนวนิยายเรื่องยาวของบุษยมาสและเรื่องราชาธิราชหนังสือบางกอกนั้นติดเนื่องจากพี่ชายซื้อประจำติดถึงขั้นเมื่อพี่ชายไม่อยู่หุ้นกับเพื่อนคนละครึ่งคือคนละ๑บาทห้าสิบสตางค์ซื้อมาอ่านยังถูกพี่สาวของเพื่อนซึ่งเป็นคุณครูด่าว่าไร้สาระแล้วคุณครูท่านนั้นก็ริบไปอ่านก่อนจนจบแล้วจึงคืนความรู้สึกขณะนั้นเหมือนจะลงแดงตายนิยายของบุษยมาส เรื่องแรกที่อ่านคือเรื่อง กลิ่นร่ำแอบรักพระเอกและสงสารนางเอกมาก จากที่เคยนั่งเรียนโต๊ะหน้ากลับไปนั่งด้านหลังสุดเพื่อที่จะได้แอบอ่านนวนิยายได้เพราะถึงเวลากำหนดส่งแต่ดิฉันยังอ่านไม่จบและเมื่อคุณครูให้อ่านเรื่องราชาธิราชซึ่งทหารเอกคือสมิงพระรามครูให้อ่านทีละคน ๆช่างช้าเสียจริง ๆ ขณะที่ครูให้เพื่อนอ่านดิฉันอ่านไปล่วงหน้าแล้วเพราะไม่ทันใจภาพพระเอกในใจก็จะมีทั้ง พระเอกของบุษยมาส และพระเอกของราชาธิราช

ม.ศ.๒ ได้พัฒนาการอ่านเพิ่มปริมาณและความหลากหลายของเนื้อหามากขึ้นตอนนี้นวนิยายของบุษยมาสในห้องสมุดโรงเรียนและห้องสมุดประชาชนหมดแล้ว ต้องอ่านของชูวงศ์ฉายะจินดาและเรียนเรื่องอิเหนาจำไม่ได้ว่าเป็นตอนใดเมื่อครูคนสวยซึ่งเพิ่งบรรจุ ท่านน่ารักมากเล่าเรื่องย่อของอิเหนาได้อย่างสนุกสนานโดยเฉพาะตอนที่อิเหนาแอบเขียนกลอนบนกลีบดอกไม้ลอยน้ำมาหาบุษบาและสาว ๆ ที่กำลังเล่นน้ำการละเมอถึงบุษบาของอิเหนาที่เฝ้าจูบกอดสังคามาระตาและพฤติกรรมที่แอบหลังองค์พระปฏิมาเพื่อหลอกบุษบายิ่งทำให้ดิฉันเคลิบเคลิ้มคิดว่าตัวเองเป็นบุษบา จนต้องยืมหนังสือเรื่องอิเหนาไปอ่านจนจบ  นั่นคือวรรณคดีร้อยกรองเรื่องแรกที่อ่านจบในเวลารวดเร็วนอกจากนั้นยังเริ่มอ่านหนังสือใต้ดินแล้วเพราะเพื่อนพี่สาวเป็นคนหัวรุนแรงรับวารสารอาทิตย์ รึอะไรสักอย่างเป็นวารสารของกลุ่มนักศึกษาหัวรุนแรงและเรื่องสั้นของเสนีย์เสาวพงศ์เริ่มรู้จักพิราบขาวพิราบแดงหิมะสีแดง รู้จัก จิตรภูมิศักดิ์ชลธิชากลัดอยู่ดร.ปรีดีพนมยงค์ดร.ป๋วยอึ๊งภากรณ์ซึ่งท่านนี้เกี่ยวข้องกับ ธ.ก.ส.ในขณะนั้น

ม.ศ.๓ ความสามารถในการอ่านพัฒนาขึ้นตามลำดับ นวนิยายที่อ่านในวัยนี้เปลี่ยนไป อ่านของวลัยนวาวะและของพนมเทียน เท่าที่มีในห้องสมุดประชาชนแต่จำได้ว่าห้องสมุดสั่งซื้อมาไม่ทันวรรณคดีมาจากอาจารย์ที่สอนคือ คุณครูระเบียบเหล่านาค เป็นครูที่สอนตลกสนุกสนานท่านได้ท่องเรื่องพระมะเหลเถไถ ให้ฟังและเล่าเนื้อหาให้ฟังเล็กน้อยรู้สึกสนุก จึงไปยืมมาอ่านอีกด้วยความแปลกในภาษาถึงกับท่องจำได้มาท่องให้เพื่อนฟัง เพื่อนกลับว่าบ้านอกจากนั้นได้ของแถมมาโดยไม่ตั้งใจคือระเด่นลันไดคุณครูคนเดียวกันนี้ได้ ท่องบทพระราชนิพนธ์ในพระบาทพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ บท

๏อ้าอรุณแอร่มระเรื่อรุจี ประดุจมะโนภิรมระตี ณ แรกรัก๏แสงอรุณวิโรจน์นะภาประจักษ์ แฉล้มเฉลาและโสภินัก ณ ฉันใด๏หญิงและชาย ณ ยามระตีอุทัยสว่าง ณ กลาง กะมลละไม ก็ฉันนั้นฯลฯ

            จาก มัทนะพาธาเกิดความรู้สึกไพเราะยิ่งนักจึงไปหาอ่านอีก จึงได้อ่านเรื่องสกุนตลาแถมมาอีกเรื่องหนึ่งและขณะนั้น  เป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง ๒วิชา และ ๒วิชานี้ทำให้เรียนได้ที่ ๑- ๓ ของห้องคือภาษาไทยกับภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาอื่น ๆ เกือบตกกับตกด้วยนิสัยที่ชอบอ่านหนังสือล่วงหน้าก่อนครูจึงอ่านเนื้อหาใน EnglishforThaiStudentและ หนังสือไวยากรณ์อังกฤษชื่อStandardของ Oxford(ไม่มั่นใจนัก ) เมื่อครูอธิบายจึงมักชิงพูดล่วงหน้าจนกระทั่งครูคงจะรำคาญให้ออกมาอธิบายหน้าชั้นยิ่งทำให้สนุกยิ่งขึ้นและได้นำความพยายามของ คิงอาเธอร์ที่เอาอย่างความพยายามของแมงมุมในการกระโดดข้ามเพื่อสานใยครั้งแล้วครั้งเล่า ในการกู้บ้านเมืองกลับมาใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย 

ม.ศ.๔- ๕มีโอกาสเข้าเรียนในตัวเมือง คือ โรงเรียนศรียาภัยโลกของการอ่านจึงเปิดกว้างขึ้นเพราะนอกเหนือจะได้ยืมหนังสือจากห้องสมุดของโรงเรียน ห้องสมุดประชาชนแล้วยังมีร้านหนังสือให้เช่าอีกม.ศ.๔เริ่มรู้จักการอ่านเรื่องสั้นเรื่องตึกกรอสหางแมวมอมเรื่องมอมนี่ยังซึมซับเป็นมโนภาพถึงปัจจุบันเลี้ยงสุนัขกี่ตัวก็อยากให้ชื่อมอมหมดรู้สึกว่าชื่อนี้ล่ะใช่เลย ต่อมาเริ่มอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ไทย ประวัติศาสตร์สากลทั้งนี้มีแรงจูงใจมาจากครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ เป็นคุณครูผู้หญิงท่านหนึ่งท่านเล่าเรื่องเกี่ยวกับประเทศกรีก เมืองบาบิโลนสงครามโลกครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ จนมองเห็นภาพผู้นำแต่ละคนเห็นภาพการพูดจาต่อรองการทำสัญญาต่างๆ จนรักที่จะอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ผลจากการสั่งสมการอ่านในช่วงนั้นทำให้มีผลงานการเขียนที่โดดเด่น ๒ เรื่องคือ เรียงความเรื่อง “ห้องสมุดคือขุมทรัพย์ทางปัญญา” ได้ที่ ๒ ของจังหวัด ในงานสัปดาห์หนังสือรู้จักการสืบค้นประวัติของห้องสมุดแห่งแรกกระทั่งกษัตริย์ที่สร้างห้องสมุดตั้งแต่สมัยกรีกและเขียนเรื่องสั้นเรื่อง “ใครผิด”เสนอแนวคิดเรื่องปัญหาครอบครัวกับยาเสพติดจนคุณครูถามว่าแต่งเองหรือส่วนการอ่านเรื่องบันเทิงในช่วงนั้นจะอ่านของพนมเทียน โรสลาเรนทมยันตีสำนวนภาษาจะเลื่อนขึ้นมาอีกระดับหนึ่งอ่านวรรณคดีอังกฤษเรื่องโอลิเวอร์ทวิสรีเบคก้าและอีกหลายเรื่องการติดหนังสือนวนิยายในช่วงนี้ถึงขั้นยอมลาโรงเรียนเพียงเพื่อที่จะอ่านให้จบเรื่องในคืนนั้น ๆ จะได้คืนหนังสือให้แก่ร้านเช่าผลการเรียนในช่วงนี้จึงไม่ดีเท่าที่ควรขณะเดียวกันคุณครูได้แนะนำให้อ่านสามก๊กฉบับพระยาพระคลัง(หน)และร่มฉัตรภาษาในหนังสือคงจะสูงเกินวัยของดิฉัน จึงเพียงแต่ยืมมาตั้งไว้ตั้งท่าจะอ่านแต่ไม่ได้อ่านจนกระทั่งทางห้องสมุดเรียกคืน พร้อมกับต้องเสียค่าปรับเป็นเงินถึงหนึ่งร้อยบาท ซึ่งเป็นเงินที่ค่อนข้างสูงในสมัยนั้น

ป.กศ.สูงเรียนวิชาเอกภาษาไทย วิชาโทศิลปศึกษาที่วิทยาลัยครูสุราษฎร์ธานี (รุ่นแรกวิทยาลัยยังไม่มีความพร้อมที่จะเปิดวิชาภาษาอังกฤษ) โลกการอ่านจะเป็นการอ่านเพื่อวิเคราะห์ เช่นเรื่องสั้นนวนิยายบทกวีนิพนธ์วรรณคดีนิราศ นวนิยายของครูคำหมานอ่านวรรณคดีกำสรวลโคลงดั้นและนิราศนรินทร์  อ่านพิจารณาอย่างลึกซึ้งประกอบกับทำหน้าที่รับผิดชอบบรรณารักษ์ของภาควิชาภาษาไทยให้เพื่อน ๆ และน้องยืมหนังสือช่วงพักเที่ยง  จึงมีสิทธิพิเศษในการยืมหนังสือได้ มากกว่าคนอื่น ๆมีความสุขกับการอ่านมากไม่ต้องลงทุนแต่อย่างใดผลพลอยได้จากเรียน ป.กศ.สูงวิชาโทศิลปศึกษา เมื่อครูได้เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ศิลป์เล่าถึงประวัติของจิตรกรต่าง ๆ รู้สึกอิ่มเอิบยิ่งนักถึงขั้นเข้าไปอ่านและฝึกแปลประวัติศาสตร์ศิลป์ของจิตรกรคำบรรยายใต้ภาพที่เป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งต้องใช้เวลาในการนั่งอ่านที่ห้องสมุดค่อนข้างนานเพราะหนังสือเหล่านี้ห้ามยืมออกนอกห้องตลอดระยะเวลาที่ได้อ่านหนังสือดิฉันรู้สึกว่า  “คุณครูมีอิทธิพลต่อการไขว่คว้าในการอ่านค่อนข้างมาก”  ครูคือมัคคุเทศก์ในการอ่าน 

ปี พ.ศ.๒๕๒๓-๒๕๒๘บรรจุเป็นครูสอนในถิ่นทุรกันดาร คือ อ.พระแสง ในสมัยนั้น มีปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์ด้วยไปไหนมาไหนก็ไม่ค่อยสะดวก  การอ่านที่เป็นหลักคือการเตรียมเนื้อหาการเรียนการสอนขณะเดียวกันได้เรียนต่อปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชโลกการอ่านกว้างยิ่งขึ้นตำราของ มสธ.ให้ความรู้ความกระจ่างแก่การเป็นครูอย่างยิ่ง ทั้งตำราภาษาไทย และวิชาเทคโนโลยีซึ่งอ่านแล้วเกิดภาพพจน์เกิดแนวทางในการพัฒนาการเรียนรู้มากมายชอบอ่านวิชาเทคโนโลยีของ ดร.ชัยยงค์พรหมวงศ์มากเพราะมีความทันสมัย ได้รู้แนวทางการผลิตสื่อที่ไม่เคยรู้จัก การจัดทำชุดการเรียนการสอน ทำให้เรียนได้ดีถึงขั้นเกียรตินิยมของ คณะศึกษาศาสตร์ รุ่นแรกของ มสธ.และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้กลายเป็นครูที่สนใจรักการผลิตสื่อเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน และทำให้ประสบผลสำเร็จในการทำผลงานทางวิชาการในเวลาต่อมาต่อจากนั้นได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่บรรณารักษ์ห้องสมุดของโรงเรียนจึงอ่านหนังสือได้อย่างหลากหลายชีวิตที่อยู่บ้านพักในโรงเรียนจึงได้อ่านหนังสืออย่างเต็มที่ ทั้งวารสาร นวนิยายประวัติศาสตร์ต่าง ๆ

ปีพ.ศ.๒๕๒๙-๒๕๓๒อยู่ในช่วงการป่วยเป็นมะเร็งต้องอยู่ที่โรงพยาบาลค่อนข้างนานมีเพื่อน ๆ หาหนังสือมาให้อ่านมากมาย จึงเริ่มอ่านนวนิยายแปลประเภทสอบสวนสืบสวนโดยเฉพาะเฮอคูลปัวโรของอกาธาคริสตี้หาอ่านจนครบชุดและเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ

ปี พ.ศ.๒๕๓๓ -๒๕๓๘เป็นช่วงที่หันมาสนใจเกี่ยวกับการอ่านตำราวิชาการมากขึ้นเพราะวารสารข้าราชการครูสารพัฒนาหลักสูตรต่างผ่านเข้ามาในห้องของผู้อำนวยการที่ดิฉันได้ทำงานอยู่ มีเนื้อหาแนวการสอนใหม่ตลอดเวลาทำให้ทันสมัยมีผลงานนำเสนอในโอกาสต่าง ๆและช่วงเวลานี้ได้ไต่ระดับการอ่านไปอีกขั้นหนึ่งคือการอ่านวิทยานิพนธ์ เพราะต้องการจะทำผลงานทางวิชาการแต่ไม่มีความรู้เรื่องการทำรายงาน ๕ บทกัลยาณมิตร คือ อ.ราตรีเชื้อบ่อคา เพื่อน รุ่นพี่ซึ่งจบปริญญาโทจากมศว.ประสานมิตรได้พาไปเข้าห้องสมุดของมศว.ประสานมิตรชั้นของวิทยานิพนธ์ สอนวิธีการอ่านการบันทึกข้อมูล การเขียนอ้างอิง การเลือกเรื่องอ่านให้ตรงกับจุดมุ่งหมาย เป็นเวลา ๓ วันเต็มจึงอ่านงานวิจัยเป็นตั้งแต่นั้นและทำให้สามารถเขียนรายงานผลงานวิชาการจนได้รับอนุมัติเป็นอาจารย์ ๓ ระดับ ๖ -๘ ในปีพ.ศ.๒๕๓๘

ปี พ.ศ. ๒๕๓๙- ปัจจุบันจะอ่านหนังสือ ๕ ลักษณะคือ          ตำราวิชาการการพัฒนาการเรียนการสอน หลักสูตร  การพัฒนาสื่อ งานวิจัยที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนวรรณกรรมวรรณคดีหลักการใช้ภาษาไทยภูมิปัญญาเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน จัดทำแหล่งค้นคว้าสำหรับครู นักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจที่ต้องการสืบค้นข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต

บันเทิงคดีสารคดีนวนิยายฉบับย่อของละครโทรทัศน์เรื่องต่าง ๆ วารสารคู่สร้างคู่สมวารสารชีวจิตหนังสือพิมพ์มติชนรายวันและรายสัปดาห์ซึ่งซื้อหามาอ่านเองจากร้านเช่าที่เป็นสมาชิกประจำและส่วนหนึ่งอ่านจากเว็บไซต์   ปรัชญาคำสอนหนังสือประเภทนี้จะอ่านเมื่อมีความทุกข์ทั้งทุกข์กายและทุกข์ใจเช่นปี พ.ศ.๒๕๔๖ป่วยระยะยาวต้องอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน เพื่อนหาหนังสือดี ๆ มาให้อ่านมากมายหนังสือที่ประทับใจในการอ่านมากและอยากบอกให้ทุกคนหาอ่านคือ สอนลูกให้เป็นมังกร  ของใบไผ่สีเขียวและสามก๊กฉบับนักบริหารสอนลูกให้เป็นมังกรสอนได้ดีจริง ๆ คือสอนลูกให้เป็นคนดีของสังคม สอนลูกให้อยู่ในสังคมอย่างปลอดภัยส่วนสามก๊กฉบับนักบริหารนั้นเหมาะแก่คนที่เป็นทั้งหัวหน้าและลูกน้อง ให้รู้จักวางตัวการดำเนิน การวางแผนต่าง ๆความสุขที่ได้จากการอ่านในครั้งนั้นช่วยทำให้บรรเทาความเจ็บปวดและความกังวลเกี่ยวกับโรคร้ายไปได้แต่เมื่อทุกข์ใจรุ่มร้อนเพราะไม่สมหวังไม่ได้ไม่เป็นเช่นคนอื่นเขาน้อยใจในโชคชะตาพยายามสงบใจอย่างไรก็ไม่สงบก็ต้องหันมาอ่านคำสอนของท่านพุทธทาสภิกขุซึ่งเพื่อนมาฝากไว้ให้อ่านตั้งแต่ป่วยกาย แต่ไม่ยอมหยิบมาอ่านเหมือนเป็นยาขมแต่เมื่ออารมณ์ขณะนั้นเหมือนจะบ้าก็ต้องหยิบมาอ่านเพราะเป็นหนทางสุดท้ายที่จะเลือก ก็หยิบหนังสืออตัมมยตา มนตราสำหรับชีวิต : พุทธทาสภิกขุ อตัมมยตา คือไม่เอาแล้วโว้ย ! ไม่เอาอะไร ไม่เอารัก โลภ โกรธหลง ความผูกพันที่เป็นอารมณ์สนุก ตื่นเต้น เบิกบานและอิ่มเอิบทั้งหลายได้เห็นอารมณ์ขันของท่านพุทธทาสจากตัวหนังสือ และได้ข้อสรุปว่าไม่มีอะไรที่ไปยึดถือแล้วไม่กัดไม่มี ทำให้ความรุ่มร้อนในใจสงบได้จึงทำให้หยิบเรื่องที่ ๒ ตามมาคือ สวรรค์ในหน้าที่การงาน ธรรมะที่ควรรู้จักเพื่อทำงานให้สนุก : พุทธทาสภิกขุหนังสือเล่มนี้สอนให้ทำงานโดยไม่หวังผล ใจความสำคัญที่จับได้คือ ธรรมะก็คือหน้าที่ แม้แต่พระพุทธเจ้ายังปฏิบัติหน้าที่ (ธรรมะ) จนวาระสุดท้าย โปรดเทศนาให้นักบวชนอกศาสนาที่มาขอเฝ้าทูลถามปัญหาให้สั่งสอน ขณะที่พระองค์กำลังจะเสด็จปรินิพพาน จนนักบวชนอกศาสนารู้ธรรมะสูงสุดในพระพุทธศาสนาได้ความปิติที่เกิดจากการอ่านหนังสือ ๒ เล่มนี้อยากจะให้คนอื่นที่กำลังทุกข์หาทางออกไม่ได้  ได้อ่านได้รับรู้เหมือนที่ดิฉันรับรู้จึงถ่ายทอดลงเว็บบอร์ดในอินเตอร์เน็ตในกระดานสีชมพูเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๘จากพฤติกรรมการอ่านที่ได้ถ่ายทอดมาตั้งแต่ต้นดิฉันพบว่าบริบทที่มีอิทธิพลต่อการอ่านของดิฉันนั้นมีหลายปัจจัย เริ่มตั้งคนในครอบครัวคุณครู ความพร้อมของแหล่งเรียนรู้การศึกษาบทบาทหน้าที่ในการทำงานและสภาวะทางอารมณ์และคุณค่าของการอ่านนั้นมีมหาศาลทำให้ดิฉันเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์รู้จักคิดวิเคราะห์ประเมินค่า รู้จักการปรับตัวการแบ่งปันอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและด้วยความตระหนักในคุณค่าในการอ่านดิฉันจึงได้อุทิศตนในการบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างโอกาสในการอ่าน การเรียนรู้แก่องค์กรหลาย ๆ องค์กร เช่นเป็นสมาชิกบริจาคเงินสนับสนุนการอ่านการเรียนรู้ของมูลนิธิสร้างสรรค์เด็กของครูหยุยมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๕๓๒- ปัจจุบันบริจาคหนังสือให้แก่นักโทษในทัณฑสถานสุราษฎร์ธานีบริจาคเงินเพื่อซื้อหนังสือเข้าห้องสมุดโรงเรียนสุราษฎร์ธานีเป็นต้น

ดังได้กล่าวมาแล้วว่าบริบทต่าง ๆ ทั้งคนในครอบครัวคุณครูแหล่งเรียนรู้เป็นปัจจัยให้ดิฉันต้องอ่านหนังสือมาตลอดชีวิตคราใดที่หนังสืออ่านหมดกระทั่งกรอบข้อความโฆษณาก็ต้องอ่านแต่เมื่อใดที่มีหนังสือหลากหลายก็จะอ่านตามความจำเป็นเร่งด่วนหรือเรื่องที่ชอบก่อน ทั้งนี้เพราะอ่านแล้มีความสุขความสุขที่เกิดจากการอ่านนั้นมีทั้งจากตำราวิชาการบันเทิงคดีสารคดีและปรัชญาคำสอนกล่าวคือความสุขจากการอ่านตำราวิชาการจะเกิดความสุขเมื่อได้ค้นพบความรู้ใหม่ ได้ค้นพบข้อเท็จจริงที่ไม่เคยรู้มาก่อนได้ค้นพบแนวทางหนทางในการพัฒนาตนเองแนวทางในการช่วยเหลือผู้สนใจนักเรียนนักศึกษาความสุขจากการอ่านบันเทิงคดีสารคดีจะเป็นพวกนวนิยายประโลมโลก ซึ่งก็ช่วยประโลมใจจริง ๆ ช่วยปลุกปลอบให้คลายเหงา ให้ความอิ่มเอิบแก่จิตใจ  ส่วนสารคดีจะเป็นความสุขที่ได้พบเห็นโลกกว้าง วิถีชีวิตการดำเนินชีวิต ความงดงามของธรรมชาติการเยียวยารักษากายใจเป็นความสุขแบบอิ่มเอิบซ้อนบนความปิติ  หลังจากอ่านหนังสือประเภทบันเทิงคดีและสารคดีนี้สามารถทำให้ดิฉันหลับไปพร้อมกับรอยยิ้มได้ความสุขจากการอ่านหนังสือปรัชญาคำสอนเป็นความสุขแบบยั่งยืนเพราะก่อนที่จะหยิบมาอ่านนั้นจะมีความทุกข์อาจเป็นความทุกข์กายหรือทุกข์ใจแล้วหาทางออกให้กับตัวเองไม่ได้จึงต้องอ่านหนังสือประเภทนี้เมื่ออ่านแล้วจะพบหนทางมีความสงบเกิดขึ้นความรุ่มร้อนวุ่นวายในจิตใจค่อย ๆ เบาลงและกลายเป็นความปิติในที่สุดการอ่านหนังสือของดิฉันเป็นไปตามบริบทแวดล้อมขึ้นอยู่กับว่า ณ เวลานั้นต้องการความรู้ต้องการความเพลิดเพลินต้องการหาแนวทางแก้ปัญหาหรือว่าสถานที่อยู่นั้นมีหนังสืออะไรและที่สำคัญไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใดจะมีหนังสือติดกระเป๋าทุกครั้งและการมีหนังสือติดตัวนี่เองที่ช่วยให้หายเบื่อจากการเดินทางเมื่อรถยนต์หรือรถไฟมีปัญหาในการเดินทางมีอยู่ครั้งหนึ่งที่รถไฟมีปัญหาขณะนั้นมีรามเกียรติ์ฉบับร้อยแก้วติดมือไปเพราะต้องการอ่านให้จบเพื่อมาเล่าให้นักเรียนฟังถ้ารถไม่เสียดิฉันก็ไม่แน่ใจนักว่าจะอ่านหนังสือเล่มนั้นจบหรือไม่แต่เพราะรถไฟเสียต้องรถจักรมาลากเป็นเวลาถึง ๓ ชั่วโมงในขณะที่คนอื่นนั่งบ่นพึมพำบ้างถอนหายใจวุ่นวายกันไปแต่ดิฉันนั่งได้อย่างสงบ อ่านเรื่องรามเกียรติ์ไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดียวกันกับการนั่งรอรถที่สถานีไม่ว่าจะเป็นสถานีรถไฟหรือสถานีขนส่งสายใต้ซึ่งดิฉันจะต้องมานั่งคอยก่อนเป็นเวลานานเพราะกังวลกลัวตกรถกลัวปัญหารถติดก็จะซื้อหนังสือนวนิยายฉบับย่อวารสารนิตยสารหนังสือพิมพ์และปริศนาอักษรไขว้มานั่งอ่านอย่างมีความสุข 

      www.gotoknow.org