Untitled Document
เรื่อง
ภาษาหนังสือพิมพ์
โดย
ฝ่ายคอมพิวเตอร์
ภาษาหนังสือพิมพ์มีลักษณะเฉพาะต่างจากภาษาในวงการอื่น จะใช้ภาษาระดับปากมากที่สุด ภาษาปากได้แก่คำเฉพาะกลุ่ม คำตลาด คำคะนอง สำนวน และคำทับศัพท์    แชร์ไปที่ Facebook< script src="http://static.ak.fbcdn.net/connect.php/js/FB.Share" type=text/javascript>< /script>

ภาษาหนังสือพิมพ์

                                                           ที่มาภาพ m.sanook.com

            จากข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้เขียนถึงสภาวะเศรษฐกิจของผู้ปกครองช่วงเปิดเทอม ให้สังเกตการใช้ภาษาในการพาดหัวข่าว "โรงตึ๊งคึกคัก ผู้ปกครองนักเรียนรากเลือด แห่นำทรัพย์สินมาแปะโป้งสำรองเงินตราไว้ให้ลูกหลานช่วงเปิดเทอม"
(ที่มาข่าว
http://www.thairath.co.th/today/view/170850)

         ประเด็นของข่าวข้างต้นมาเป็นเนื้อหาสาระที่ต้องการให้ศึกษา คือเรื่องการสื่อสาร ภาษาหนังสือพิมพ์ และระดับภาษา

         เนื้อหาสาระสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เหมาะสำหรับระดับประถมศึกษา ป. ๔ - ๖

         จากข่าวจะเห็นว่าจะใช้ภาษาปากมาก ดังนั้นจึงควรศึกษาเนื้อหาสาระ  ดังต่อไปนี้

        การสื่อสาร คือกระบวนการสำหรับแลกเปลี่ยนสาร รูปแบบอย่างง่ายของสาร คือ จะต้องส่งจากผู้ส่งสารหรืออุปกรณ์เข้ารหัส ไปยังผู้รับสารหรืออุปกรณ์ถอดรหัส อาจอยู่ในรูปแบบของท่าทางสัญลักษณ์ บ้างอย่างอยู่ในรูปแบบของภาษา   การสื่อสารเกิดจากความต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กันของสัตว์ การศึกษาเกี่ยวกับการสื่อสารอาจจำแนกได้หลายหมวดหมู่

                                                             

                                                               ที่มาภาพจาก     oknation.net      

            การใช้ภาษาในหนังสือพิมพ์มีลักษณะแตกต่างจากภาษามาตรฐานอยู่บ้างในด้านของการเสนอ ข่าวโดยเฉพาะ ข่าวหน้าหนึ่ง   ซึ่งพอจะสรุปลักษณะสำคัญในการใช้ภาษาได้ดังนี้ 
   
   ๑.  ใช้ถ้อยคำง่าย ๆ เรียบเรียงถ้อยคำกระชับ รัดกุม  สะดุดตา
   ๒.  ใช้ถ้อยคำแปลก ๆ เรียกร้องความสนใจ
   ๓.  ไม่เคร่งครัดการสะกดการันต์และการใช้ลักษณนาม 
   ๔.  ใช้เครื่องหมายต่าง ๆ เพื่อเน้นความหมายของคำ
   ๕.  นิยมใช้คำคะนอง  ศัพท์แสลงและอักษรย่อ 
   ๖.  ใช้คำโดยแปลกความหมาย ไม่คำนึงถึงความหมายเดิม 
   ๗.  ใช้คำผิดความหมาย  และใช้คำฟุ่มเฟือย
   ๘.  ใช้คำโดยไม่คำนึงถึงระบบของภาษา  และหน้าที่ของคำ
   ๙.  นิยมใช้คำสำนวนต่างประเทศ 
   ๑๐. ไม่เคร่งครัดแบบแผนของประโยค มักละประธานและคำขยาย 
 

            หนังสือพิมพ์จึงมีลักษณะเฉพาะต่างจากภาษาในวงการอื่น จะใช้ภาษาระดับปากมากที่สุด ด้วยเหตุผลที่ต้องเสนอข่าวสาร  เหตุการณ์ให้ผู้อ่านรู้สึก ใหม่สอเสมอ  ทันข่าว ทันเหตุการณ์  มีความรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้น  อีกทั้งเพื่อให้ผู้อ่านทุกระดับเข้าใจทันที   ภาษาปากจึงถูกนำมาใช้มากเพราะเป็นคำพื้น ๆ เข้าใจชัดเจน  ภาษาปากได้แก่คำเฉพาะกลุ่ม คำตลาด คำคะนอง สำนวน และคำทับศัพท์
  ตัวอย่าง  ภาษาระดับปาก
   “อุ้มลูกโดดรถไฟทับ”
   “ฝนถล่มทั้งวัน เชียงใหม่ท่วม”
   “โผล่ไทยรับบริจาค  ลัทธิเพี้ยน  คลั่งมนุษย์ต่างดาว”
   “สนั่นลั่น ชาวบ้าน 185 เสียง เชือด รตม.ทุจริต”  

                                                        

                                                 ที่มาภาพจาก     tonghealth.blogspot.com

ภาษาแบ่งเป็น 2 ระดับ คือ
        ๑.  ระดับที่เป็นทางการ ( แบบแผน ) ใช้ในการเขียนข้อความที่จะปรากฏต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในหนังสือที่ติดต่อกันทางราชการหรือในวงการธุรกิจ ผู้ส่งสารและผู้รับสารมักจะเป็นบุคคลซึ่งมีหน้าที่และภารกิจโดยตรงในแต่ละด้าน ในวงการหรือวงอาชีพเดียวกัน สัมพันธภาพระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงเป็นไปในด้านธุรกิจและการงาน    การใช้ภาษาระดับนี้มุ่งให้ได้ผลตามจุดประสงค์โดยเร็ว โดยประหยัดการใช้ถ้อยคำและเวลาให้มากที่สุด อาจใช้ศัพท์เฉพาะมากหรือน้อยแล้วแต่ลักษณะการประชุมและผู้รับสาร ในกรณีจำเป็น ผู้ส่งสารอาจต้องใช้คำอธิบายให้มากขึ้นก็ได้                                                                          

      ๒. ระดับที่ไม่เป็นทางการ ( ไม่เป็นแผน ) ช้ในการสนทนาระหว่างบุคคลหรือกลุ่มไม่เกิน 4 – 5 คน ในสถานที่และโอกาสที่ไม่ใช่เป็นการส่วนตัว เช่น ในการเขียนจดหมายระหว่างเพื่อน การรายงานข่าว การเสนอบทความในหนังสือพิมพ์ เนื้อหาของสารอาจเป็นเรื่องทั่ว ๆ ไป ไม่จำกัดเฉพาะวิชาการ ภาษาที่ใช้อาจมีถ้อยคำที่เคยใช้กันเฉพาะกลุ่ม ภาษาที่ใช้มักเป็นภาษาพูดเท่านั้น ไม่นิยมบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร นอกจากใช้ในนวนิยาย บทละคร หรือเรื่องสั้น อาจใช้คำสแลงหรือคำภาษาถิ่นปะปนบ้างก็ได้

เมื่อศึกษาเนื้อหาสาระแล้วควรอภิปรายวิเคราะห์ประเด็นคำถามต่อไปนี้

      ๑.  วิเคราะห์องค์ประกอบของการสื่อสารจากข้อความ  "หน่อยโบกมือลาดำก่อนไปขึ้นรถทัวร์" แล้วตอบ

ผู้ส่งสาร : ………………………………
ผู้รับสาร : ……………………………… 
สื่อ : ……………………………… 
สาร : ………………………………

     ๒.  เปลี่ยนภาษาไม่มีแบบแผนให้เป็นภาษาที่มีแบบแผน  โดยจับคู่กันคนหนึ่งพูดภาษาไม่มีแบบแผน อีกคนหนึ่งเปลี่ยนเป็นภาษาไม่มีแบบแผน

กิจกรรมเสนอแนะเพิ่มเติม   ๑.  ฝึกเขียนพาดหัวข่าวเป็นภาษาหนังสือพิมพ์

                                   ๒.  เปลี่ยนภาษาหนังสือพิมพ์เป็นภาษาแบบแผน

เนื้อหาสาระที่นำเสนอสามารถนำไปบูรณาการกับเรื่องการใช้ภาษา  กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ  และกลุ่มสาระสังคมฯ

อ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูล

http://www.thairath.co.th/today/view/170850)

http://th.wikipedia.org/wiki/

http://prarom2007.is.in.th/?md=webboard&ma=showtopic&id=3

http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter8-3.html

อ้างอิงแหล่งที่มารูปภาพ

m.sanook.com

oknation.net      

 tonghealth.blogspot.com
http://www.sahavicha.com/?name=knowledge&file=readknowledge&id=3926