Untitled Document
เรื่อง
เทพแห่งการสื่อสาร
โดย
อ.สุพรรษา
เทพแห่งการสื่อสาร

                มีผู้ทำนายทายทักว่าศตวรรษใหม่นี้ ใครจะร่ำรวยเป็นเศรษฐีได้ ต้องคิดหาเงินจากทรัพย์สินทางปัญญา หรือไม่ก็จากเทคโนโลยีการสื่อสาร (IT) ผู้เขียนก็เห็นด้วย เพราะดูตัวอย่างจาก บิล เกตส์ เจ้าพ่อซอฟท์แวร์ ผู้เริ่มเปิด 'หน้าต่าง' (WIN- DOWS) หลายๆ ซีรีส์ของเขา โกยเงินไปมหาศาล กลายเป็น 'บุคคลผู้ร่ำรวย ที่สุดในโลก' ไปแล้ว หรือใกล้ๆ ตัว อย่าง ท่านนายกฯ ของเราก็ประสบความสำเร็จ จากธุรกิจสื่อสารและโทรคมนาคม พอมองย้อนอดีตกลับไป หลายๆ พันปี เพราะอยากรู้ว่าคนสมัยโบราณ คิดถึงเรื่องการส่งข่าวสารถึง กันอย่างไร ก็เลยมีเรื่องของเทวดากรีก (เจ้าเก่า) มาเล่าสู่กันฟัง
               เทวดากรีกนั้นมีอยู่มากมายหลายสิบองค์ เฉพาะเทพปกรณัม หรือเทพสูงสุดของเขานั้น ก็มีถึง 12 องค์ แต่ไม่มีองค์ไหน มีตำแหน่งเป็นเทพแห่งโชคลาภ หรือความสำเร็จ โดยตรงเลยสักองค์เดียว แสดงว่าแม้แต่ในโลกใบเก่ายุคกรีกและโรมัน ก็เชื่อว่าจะรวยได้ต้องทำมาหากิน                       
               เทพแห่งการทำมาหากิน หรือการค้าพาณิชย์ กับเทพแห่งการสื่อสารของกรีกนั้นเป็นองค์เดียวกัน คือ แอร์เมส (Hermes) บางท่านอาจจะเรียกว่า 'เฮอร์มิส' ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด เทพองค์นี้ ชาวโรมันเรียกว่า เมอร์คิวรี่ (Mercury)
               แอร์เมสเป็นโอรสองค์เล็กของ ซุส เทพเจ้าสูงสุด กับนางไมอา (Mia) ซึ่งเป็นลูกสาวของยักษ์แอตลาส ที่ทำหน้าที่แบกโลกและเสาค้ำวิมานของเทวดา น่าแปลกที่แอร์เมสซึ่งเป็นหลานตาของยักษ์ตนใหญ่ ขนาดแบกโลกได้ กลับเป็นเทพที่ตัวเล็กนิดเดียว ความที่แอร์เมสเป็นเทพร่างเล็ก เลยปราดเปรียวว่องไว ซุสผู้เป็นบิดา คงเล็งเห็นคุณสมบัตินี้ เลย 'put the right man to the right job.' เรียกว่าใช้คนให้เหมาะกับงาน แต่งตั้งให้แอร์เมสเป็น เมสเซนเจอร์ (messenger) หรือเทพผู้ส่งข่าวสาร ประจำองค์ของซุส เพื่อความรวดเร็วในการสื่อข่าว เทพแอร์เมสได้รับมอบ หมวก และรองเท้าติดปีก จากเทพบิดา เลยกลายเป็น 'เทพติดเทอร์โบ' ไปไหนมาไหนแคล่วคล่องว่องไว ส่วนในมือ จะถือคทาพันด้วยงู 2 ตัว
               

แอร์เมส (Hermes) หรือ เมอร์คิวรี่ (Mercury) มีสัญลักษณ์ที่จำได้ง่ายอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ หมวก และรองเท้ามีปีก กับคทาพันด้วยงู 2 ตัว

               แอร์เมสเป็นเทพแห่งการค้าพาณิชย์ด้วย ซึ่งคุณสมบัตินี้ ก็เหมาะกับเขาเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นเทพที่เฉลียวฉลาด มีไหวพริบและเล่ห์เหลี่ยมพราวรอบตัว ตลอดจนมีคารม ที่สามารถกล่อมคู่สนทนา ให้คล้อยตามได้อย่างง่ายดาย ตอนที่เกิดมาได้เพียงวันเดียว แอร์เมสก็ขโมยวัวของ อพอลโล สุริยเทพผู้เป็นพี่ชายไปหมดทั้งฝูง อพอลโลโกรธจัด บึ่งไปฟ้องซุส ซุสจึงบังคับให้แอร์เมสคืนวัวให้พี่ชาย เพราะจับได้คาหนังคาเขา และให้อพอลโลจัดการ ลงโทษน้องชายตัวดีเอาเอง แอร์เมสรู้ใจพี่ชายว่า อพอลโล นั้นโปรดปรานการเล่นพิณมาก จนมีชื่อขนาดเป็นเทพแห่งการดนตรี ก็เพราะฝีมือการบรรเลงพิณ ชนิดที่เรียกว่าไลร์ (Lyre) เลยบรรจงทำพิณไลร์ขึ้น จากกระดองเต่า แล้วนำไปมอบให้ พร้อมทั้งกล่าวสรรเสริญเยินยอพี่ชาย ว่าเป็นผู้เยี่ยมยอดด้านการดนตรี ฟังคารมของน้องชายตัวจ้อยแล้ว นอกจากจะหายโกรธ อพอลโลยังให้พรแอร์เมส ให้เป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า และเป็นเทพแห่งวิชาการ เป็นเทพผู้สามารถประดิษฐ์คิดค้น เครื่องมือทุ่นแรงให้กับมนุษย์ และด้วยความที่มีลักษณะ แคล้วคล่องว่องไว แอร์เมส จึงกลายเป็น เทพที่นักเดินทางมักจะบูชา และเป็นเทพของพวกขโมยอีกด้วย สองตำแหน่งนี้ได้มา เพราะความที่มี 'ปากเป็นเอก' นั่นเอง
               

ซุส (Zeus) หรือจูปิเตอร์ (Jupiter) เทพสูงสุดของกรีกและโรมัน ผู้เป็นบิดาของ แอร์เมส
         
               นอกจากจะเป็นเทพผู้นำสารของซุสแล้ว แอร์เมสยังเป็นผู้ชี้ทางให้กับมนุษย์ ผู้ถึงแก่กาลมรณะให้ไปยังยมโลก
               รวมทั้งเป็นเทพนำสารจากสวรรค์ ไปยังโลกมนุษย์ และจากโลกมนุษย์ไปสู่สวรรค์ ตอนที่ไซคีชายาของคิวปิดกามเทพ ได้รับอนุญาตจากซุส ให้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ได้ แอร์เมส ก็เป็นผู้นำไซคีจากโลกมนุษย์ ไปส่งยังสวรรค์บนเขาโอลิมปัส ด้วยหมวก และรองเท้าติดปีกของเขา (น่าจะได้ตำแหน่ง เทพแห่งการขนส่ง ด้วยอีกตำแหน่งหนึ่ง)
               จากลักษณะรูปร่างเล็กๆ และความปราดเปรียวว่องไวนี้เอง ทำให้นักดาราศาสตร์ ตั้งชื่อดาวเคราะห์ ดวงที่เล็กที่สุด และหมุนรอบตัวเองเร็วที่สุดว่า เมอร์คิวรี่  ทำให้แอร์เมสหรือเมอร์คิวรี่ กลายเป็น 'เทพเจ้าดาวพุธ' ส่วนทางโหราศาสตร์ ทั้งไทยและสากลถือว่า ดาวพุธเป็นดาวแห่งการสื่อสาร การสนทนา วิชาการ และความสำเร็จ ซึ่งก็ตรงกับคุณลักษณะของ เทพแอร์เมสอย่างครบถ้วน

เรียบเรียงโดย : จิราภรณ์ มาตังคะ

นิตยสารกุลสตรี